การรักษาข้อเข่าเสื่อม
ในสมัยก่อน มีแต่การใช้ยาแก้ปวด เช่น
ยาพาราเซตามอลรับประทานเวลามีอาการปวด
ถ้ายังปวดอยู่ก็อาจจะใช้ยาต้านการอักเสบทีไม่ใช่สเตียรอยด์
เพื่อลดอาการปวดและอักเสบลง แต่ควรใช้เพียงระยะเวลาหนึ่ง
จนหายปวดแล้วหยุดยาได้ แต่ถ้ายังไม่สามารถลดการใช้งานข้อ
ยังมีน้ำหนักมาก ข้อก็ยังจะเสื่อมต่อไปจนต้องได้รับการรักษา
ด้วยการผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียมในที่สุด
.
ดังนั้นถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน ผู้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมคงมีแต่การรอผ่าตัดใส่ข้อเทียม
เพื่อแก้ไขข้อที่เสื่อม แต่ในปัจจุบัน คนไทยวัยทองที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม
นับว่าโชคดีมากเพราะในปัจจุบันมีวิธีการชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้
ด้วยการใช้ยาหลายชนิด เช่น ยาเสริมกระดูกอ่อนในข้อที่ เรียกว่า
ยา กลูโคซามีนซัลเฟต ที่มีประสิทธิภาพลดอาการปวดข้อเข่าได้
เมื่อใช้ไปประมาณ 2-3 เดือน และช่วยชะลอความเสื่อมทำให้กระดูกอ่อนในข้อเข่า
ไม่เสื่อมทรุดลง
.
หลังจากใช้ติดต่อกันไป 3-5 ปี พบว่าระยะห่างของกระดูก 2 ข้างในข้อไม่ได้แคบลง
แต่กลับกว้างขึ้น แปลว่ากระดูกอ่อนในข้อดูเหมือนจะหนาขึ้น
.
ในขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ใช้ยานี้ มีระยะห่างนี้แคบเข้ามามาก หรือ
.
ยาที่ลดการอักเสบให้มีการทำลายกระดูกอ่อนน้อยลงที่เรียก
ยาไดอะซีลีน เพราะมันสามารถลดการสร้างสารตัวกลางที่ทำให้เกิดการอักเสบในข้อ
.
เมื่อข้อไม่มีการอักเสบ การทำลายข้อก็น้อยลง ยาไตอะซีลีน สามารถลดอาการปวดข้อ
ลดการอักเสบและชะลอความเสื่อมของข้อได้ เมื่อรับประทานต่อเนื่อง 2-3 เดือนขึ้นไป
.
หรือแม้กระทั่งมีการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม ที่มีคุณสมบัติเหมือนน้ำเลี้ยงข้อของคนหนุ่มคนสาว
ที่มีความเหนียวและความยืดหยุ่นสูง เข้าไปทดแทนน้ำเลี้ยงข้อของคนวัยทองที่เป็นข้อเสื่อม
ที่ไม่ค่อยมีความเหนียว ไม่สามารถหล่อลื่นหรือลดแรงกดดัน หรือนำพาอาหารมาเลี้ยง
กระดูกอ่อนในข้อได้ดี เหมือนน้ำเลี้ยงข้อของคนอายุน้อย
.
นอกจากนี้น้ำเลี้ยงข้อเทียมที่ฉีดเข้าไปในข้อ ยังสามารถกระตุ้นให้เซลเยื่อหุ้มข้อ
สร้างน้ำเลี้ยงข้อเทียมที่ดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้เป็นระยะเวลานานประมาณ 6 เดือน
ดังนั้นการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียมเข้าข้อเพื่อรักษาข้อเข่าเสื่อม จึงควรมีการฉีดทดแทน
ทุกๆ 6 เดือน ในระยะ 1-2 ปีแรก
ต่อไปเมื่อมี การสร้างน้ำเลี้ยงข้อเทียมที่ดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพในข้อดีขึ้น
ชะลอความเสื่อมของข้อแล้ว
.
การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียมทดแทน อาจจะสามารถยืดระยะเวลาการฉีดออกไป
เป็นทุก 8 เดือนหรือมากกว่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม การรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วยน้ำเลี้ยงข้อเทียม
ยังมีราคาค่อนข้างแพง โดยการฉีดยา 1 ชุด (3 เข็ม – 5 เข็ม แล้วแต่ชนิดของยาฉีด)
จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ระหว่าง 1-2 หมื่นบาท สำหรับข้อเข่า 1 ข้าง ดังนั้นการพิจารณา
รับการรักษาด้วยน้ำเลี้ยงข้อเทียม จึงควรคำนึงถือค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วย
.
การรักษาเหล่านี้สามารถชะลอความเสื่อมของข้อเข่าให้ช้าลงได้ แต่จะได้ผลดีมากน้อยเพียงใด
ขึ้นอยู่กับว่าเริ่มรักษาเมื่อใด ถ้าเริ่มรักษาตั้งแต่ข้อเสื่อมระยะแรกๆ
ก็จะทำให้ข้อสามารถคงสภาพอยู่ได้นาน แต่ถ้าเริ่มเมื่อข้อเข่าเสื่อมไปมากแล้ว
ก็อาจจะบรรเทาอาการปวดและชะลอความเสื่อมได้ระดับหนึ่ง
แต่ข้อเข่าอาจจะไม่อยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม เพราะการรักษา
ไม่สามารถทำให้ข้อที่เสื่อมไปแล้วกลับมาเป็นข้อปกติได้
.
ดังนั้น การใช้งานข้อเข่าในการยืนหรือเดิน ก็อาจจะมีอาการปวดบ้างและ
ใช้งานไม่ได้เหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้การรักษาข้อเข่าเสื่อมให้ได้ผลสูงสุด
ก็ต้องอาศัยการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายและการใช้งานข้ออย่างถูกต้องร่วมด้วย
ไม่ใช่อาศัยแต่ยาอย่างเดียว
ในกรณีที่ข้อเข่าเสื่อมจนถึงขั้นสุดท้าย คือไม่มีกระดูกอ่อนหุ้มผิวข้อเหลือแล้ว
กระดูก 2 ข้างมาชนกัน ผู้ป่วยแค่ขยับตัวก็ปวดเข่าแล้ว ก็คงต้องรักษาด้วยการ
ผ่าตัดเปลี่ยนใส่ข้อเข่าเทียม
.
ดังนั้น เมื่อท่านเริ่มมีอาการเดินมากแล้วปวดข้อเข่าหรือเดินแล้วข้อเข่ามีเสียงดัง
ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อหรือกระดูก เพื่อได้รับการรักษาและคำแนะนำที่ถูกต้องตั้งแต่ข้อเข่า
เสื่อมระยะแรก
.
ไม่ควรทนปวดเอาหรือรับประทานแต่ยาแก้ปวด รอจนข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น มากขึ้นจนทนไม่ไหว
ค่อยไปพบแพทย์ ถึงตอนนั้นข้อเข่าคงจะเสื่อมไปมากแล้ว จนเกินที่จะรักษาสภาพเดิมเอาไว้ได้
กลายเป็นความพิการในที่สุด ถ้ารักษาตั้งแต่ระยะแรกจะสามารถชะลอความเสื่อมให้เกิดช้าลงมาก
จนไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อ เพราะการผ่าตัดเปลี่ยนใส่ข้อเทียมมีค่าใช้จ่ายสูงมาก
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงของการผ่าตัดที่อาจเกิดอันตรายขึ้น โดยเฉพาะในคนสูงอายุ
แล้วถ้ามีสารอาหารที่สามารถทดแทนการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าเทียมได้หละครับ จะดีกว่าไหมหนอ ทั้งไม่เจ็บตัว ทั้งประหยัดเงิน แถมไม่เป็นการสะสมของสารเคมีในตัวยาที่ใช้กินต่อเนื่อง..
อยากเห็นคุณเดินได้โดยไม่เจ็บปวดทรมาน
ร.ต.มกร ชีวะถาวร(หมวดมิ้นท์)
0870434848
ขอขอบคุณบทความจากhttp://www.oknation.net/blog/makorn/2010/11/29/entry-2



 


บทความดีๆน่าอ่านมากมาย


Comment

Comment:

Tweet